คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต



คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับการยกระดับจากสาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่ได้เปิดสอนมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2545 ขึ้นเป็นคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ในวันที่ 1 สิงหาคม พศ.2559 ตลอดระยะเวลาประมาณ15ปีที่ผ่านมาได้ทำการผลิตบัณฑิตทางด้านอุปกรณ์ชีวการแพทย์และวิศวกรรมชีวการแพทย์ ออกไปรับใช้สังคม จำนวนประมาณ 350 คน ในจำนวนนี้ได้ผลิตบุคลากรให้กับกระทรวงสาธารณสุข สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 25 คน โดยบัณฑิตที่จบออกไปได้ไปเติมเต็มการพัฒนาวงการสาธารณสุขและได้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนชาวไทยจนทำให้ในปัจจุบันมีระดับสูงขึ้นจนได้มาตรฐานในระดับสากล รวมทั้งมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของเอเชียของประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 เป็นต้นไป คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาในทุกๆด้านเพื่อก้าวสู่ คณะแห่งนวัตกรรมและจิตวิญญาณผู้ประกอบการทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์เพื่อสังคมของอาเซียน เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ในการนี้ได้มียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์สู่เป้าหมายด้วยกัน 3 ด้านคือ

ยุทธศาสตร์ที่ 1  การพัฒนาระบบการศึกษาที่สอดคล้องกับผู้ประกอบการจริง

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวประกอบด้วย ระบบการศึกษาทั้งหมดต้องมีความยืดหยุ่น ตอบสนองการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเนื้อหาวิชาและการจัดการศึกษาต้องสอดคล้องกับผู้ประกอบการจริง (Real Sector Driver) และ ปลูกฝัง แนวคิด และทัศนคติในเรื่องของทักษะหรือจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Spirit)นอกจากนั้นในยุทธศาสตร์นี้ จะมุ่งขับเคลื่อนการผลิตบัณฑิตของคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่มีทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ ที่เพรียกพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ หรือการเป็นผู้ประกอบการอิสระ ซึ่งสอดคล้องกับมิติของเศรษฐกิจของโลกยุคใหม่ที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยผู้ประกอบการ ดังที่เกิดขึ้นมาแล้วในประเทศ จีน อินเดีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และใต้หวัน เป็นต้น

ยุทธศาสตร์ที่ 2  เป็นคณะแห่งการวิจัยและนวัตกรรมทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์เพื่อสังคมแห่งอาเซียน 

ยุทธศาสตร์นี้การมุ่งขับเคลื่อนโดยการพัฒนาห้องวิจัยที่มีอยู่ทั้ง5 สายงานวิจัย(ห้องวิจัยเครื่องมือแพทย์ละวิศวกรรมคลินิก (BMI Research Track) ห้องวิจัยการประมวลสัญญาณและภาพทางการแพทย์ (SIP Research Track)ห้องวิจัยหุ่นยนต์ทางการแพทย์(ROS Track )ห้องวิจัยระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการทางการแพทย์ (MIM Research Track) และห้องวิจัยแสงและไบโอเซ็นเซอร์ทางการแพทย์ (OBM Lab) ให้มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดเพื่อนำผลงานวิจัยที่ได้ไปพัฒนาเป็นนวัตกรรม และดำเนินการในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งมุ่งพัฒนาสู่การเป็นศูนย์บริการทางวิชาการด้านวิศวกรรมคลินิก และ อุปกรณ์ชีวการแพทย์ของประเทศและเชื่อมโยงสู่เครือข่ายสากล

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การมีระบบบริหารจัดการเพื่อเป็นคณะผลลัพธ์

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญและเป็นตัวสนับสนุนให้ยุทธศาสตร์ที่1 และยุทธศาสตร์ที่2 สามารถดำเนินการและขับเคลื่อนได้อย่างคล่องตัวมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยเน้นในด้านของการสร้างคณะให้เป็นสังคมของคนดี คนเก่ง มีความสุข อบอุ่นและทำให้บุคลากรรู้สึกผูกพันและร่วมกันสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านผลงานให้เกิดขึ้น การทำให้สังคมและบรรยากาศของคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์เป็นคณะแห่งความเป็นนวัตกรรมและผู้ประกอบการ ” การพัฒนาระบบบริหารจัดการให้เป็นแบบ E – Faculty รวมทั้งทำให้บรรยากาศการทำงานของคณะเปลี่ยนจากคณะวิชาให้เป็นเป็นคณะแห่งผลลัพธ์

โดยทั้งสามยุทธศาสตร์  มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้เกิดผลผลิตหลัก ดังนี้คือ

1.    ผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะเป็นวิศวกรชีวการแพทย์สากลที่สามารถทำงานได้ทั่วโลกและมีจิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ

2.    ผลิตงานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่ทำประโยชน์ให้กับสังคม

3.    เป็นศูนย์กลางทางวิชาการด้านวิศวกรรมคลินิก และ อุปกรณ์ชีวการแพทย์ของประเทศและเชื่อมโยงสู่เครือข่ายสากล

4.    คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตจะเป็นสังคมที่มีบรรยากาศเป็นคณะแห่งความเป็นนวัตกรรมและจิตวิญญาณผู้ประกอบการ ” และ

5.    สังคมของนักศึกษาและบุคลากรคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์จะเป็นสังคมของคนดี คนเก่ง มีความสุข อบอุ่นและทำให้บุคลากรรู้สึกผูกพันและร่วมกันสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านผลงานให้เกิดขึ้น

ผมอยากจะบอกกับนักศึกษา ผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับการผลิตบัณฑิตในปัจจุบันว่า การเรียนในระดับอุดมศึกษาเพื่อต้องการให้ได้รับปริญญานั้นที่ไหนก็สามารถเรียนได้ แต่การเรียนเพื่อสร้างทักษะด้าน วิศวกรชีวการแพทย์สากล และจิตวิญญาณและทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ที่เพรียกพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ รวมทั้งผลิตบัณฑิตไปสู่เวทีของภาคการผลิตจริงที่กำลังวิกฤต  อีกทั้งผลิตบัณฑิตเพื่อเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศที่ยังมีช่องว่างอีกจำนวนมาก นั้น จะทำให้สามารถเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมท้องถิ่นที่กำลังต้องการความช่วยเหลือรวมทั้งสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศ

ทั้งนี้ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตได้มีความร่วมมือกับทั้งสถาบันการศึกษารวมทั้งสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติในการที่จะร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ในระยะเวลาอันใกล้


(รศ.นันทชัย ทองแป้น)

คณบดีคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์